นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างหนึ่งของไทย ในช่วงฤดูแล้งมีผลผลิตออกมาน้อย ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อเข้าฤดูฝนราคามะนาวจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นปัญหาเรื่องโรคระบาด โดยเฉพาะโรคแคงเกอร์ เมื่อฝนตกชุกการระบาดของโรคจะเกิดรุนแรง การรักษาโดยการพ่นยาสารเคมีเป็นได้ยาก เพราะฝนจะชะล้างออก ใบที่เกิดโรคจะหลุดร่วง ถ้าเกิดที่กิ่งจะทำให้กิ่งแห้งตาย และลุกลามไปที่ผล เกิดจุดแผลได้

นายจำรัส คูหเจริญ สวนเกษตรธนบุรี ได้คิดปรับปรุงพัฒนาพันธุ์มะนาวที่มีความต้านทานโรคแคงเกอร์ขึ้นมา คือเป็นลูกผสม จำรัส 28 และจำรัส 29 เป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกร เพื่อสามารถลดต้นทุนการผลิต ประหยัดแรงงานที่จ้างมาป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช รวมทั้งลดปริมาณสารเคมีซึ่งจะลดปัญหาเรื่องสารพิษตกค้างในผลผลิต ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ความแตกต่างของมะนาวพันธุ์จำรัส 28 และ 29 คือ หนามของมะนาวจำรัส 29 จะยาวกว่าพันธุ์จำรัส 28 ส่วนความดีของสองพันธุ์ใกล้เคียงกัน และทั้งคู่มีปริมาณของความเปรี้ยวมากกว่ามะนาวจำรัส 9 

มะนาวพันธุ์จำรัส 28 และ 29 เหมาะที่จะปลูกในแหล่งปลูกที่มีการระบาดรุนแรงของโรคแคงเกอร์ เกษตรกรที่ขาดความรู้ความชำนาญในการควบคุมโรคก็สามารถปลูกได้ และเหมาะสำหรับการผลิตมะนาวนอกฤดู เพื่อที่จะขายได้ราคาแพง 

หากเกษตรกรท่านใดที่จะนำพันธุ์มะนาว จำรัส  28 และ 29 ไปปลูก สามารถสอบถามรายละเอียดและความรู้เพิ่มเติมได้ที่ สวนมะนาวธนบุรี หรือโทรศัพท์ 08-1552-6700.

ที่มา  เว็บไซต์การจัดซื้ออาเซียน

http://th.asean1688.com/?m=news&s=newsd&id=801

วันนี้(17ธ.ค.)นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดพิมพ์หนังสือตำราเรียนเพื่อแจกให้กับนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีการศึกษา 2557 ว่า เท่าที่ตรวจสอบล่าสุดพบว่าอยู่ในขั้นตอนของการตรวจอนุมัติต้นฉบับที่มีการปรับปรุงใหม่ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ จากนั้นจะจัดส่งต้นฉบับให้องค์การค้าของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ไปดำเนินการจัดพิมพ์ เพื่อแจกจ่ายให้แก่นักเรียนต่อไป ส่วนหนังสือที่ไม่มีการปรับปรุงเนื้อหายังใช้ต้นฉบับเดิมก็สามารถจัดพิมพ์ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรออนุมัติพร้อมกันทั้งหมดแล้วค่อยมาจัดพิมพ์ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าทางองค์การค้าได้จัดพิมพ์ในส่วนนี้ไปล่วงหน้าแล้ว

            ด้าน นายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. กล่าวว่า ในส่วนขององค์การค้า สกสค.มีความพร้อมเต็ม 100%ในการจัดพิมพ์หนังสือและตำราเรียนให้กับ สพฐ. โดยเฉพาะบุคลากรที่สามารถทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน และแท่นพิมพ์ก็สามารถพิมพ์หนังสือได้มากถึงวันละ 400,000 เล่ม หาก สพฐ.จัดส่งต้นฉบับที่ปรับปรุงและตรวจเรียบร้อยแล้วมาให้ทางองค์การค้าก็สามารถเริ่มดำเนินการจัดพิมพ์ได้ทันที อย่างไรก็ตามขณะนี้องค์การค้าได้จัดพิมพ์หนังสือและตำราเรียนที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาไว้ล่วงหน้าแล้วกว่า 20 ล้านเล่ม จากเป้าหมายที่คาดว่า สพฐ.จะสั่งพิมพ์ประมาณ40 ล้านเล่ม นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมแก้ปัญหาเรื่องการจัดส่งหนังสือและตำราเรียนล่าช้าแล้วด้วย โดยได้มีการวางแผนร่วมกับเครือข่ายผู้ค้าหนังสือรายใหญ่ และจะให้พนักงานที่เป็นพนักงานขายขององค์การค้ากว่า 200 คนที่กระจายอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆทั่วประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดส่งหนังสือในปีนี้  จึงมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวอย่างแน่นอน.

ที่มา  เว็บไซต์การจัดซื้ออาเซียน

http://th.asean1688.com/?m=news&s=newsd&id=802

ขณะนี้ กรมวิชาการเกษตร อยู่ระหว่างเร่งพัฒนายกระดับประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวของไทย ทั้งการปรับปรุงพันธุ์และเพิ่มปริมาณการผลิตต้นกล้ามะพร้าวลูกผสมพันธุ์ดี ป้อนให้กับเกษตรกรที่จะปลูกทดแทนต้นที่มีอายุมาก พร้อมพัฒนาเทคโน โลยีการผลิตมะพร้าวอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการสวนมะพร้าวไปสู่เกษตรกร และเร่งแก้ไขปัญหาแมลงศัตรูมะพร้าวด้วย เพื่อลดผลกระทบจากการที่ไทยเปิดตลาดมะพร้าวผล มะพร้าวฝอย น้ำมันมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวแห้ง ภายใต้กรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า (AFTA) และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (AEC) ในปี 2558 ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเข้าสินค้ามะพร้าวจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้ามาตีตลาดภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวของไทยและทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ปีนี้ประเทศ ไทยมีเนื้อที่ปลูกมะพร้าวให้ผลผลิต ประมาณ  1.31 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ 1.06 ล้านตัน มีเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ประมาณ 3 แสนครัวเรือน โดยผลผลิต ประมาณ 60 % ใช้บริโภคภายในประเทศ ส่วนอีก 35 % เป็นวัตถุดิบป้อนเข้าสู่โรงงานกะทิสำเร็จรูป และผลผลิต 5 % ใช้ในโรงงานแปรรูปเนื้อมะพร้าวแห้ง นอกจากนั้น ไทยยังมีการส่งออกมะพร้าวและผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศด้วย โดยมีการส่งออกในรูปมะพร้าวผล มะพร้าวฝอย เนื้อมะพร้าวแห้ง และน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น ขณะเดียวกันไทยก็มีการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ ทั้งมะพร้าวผลแห้ง มะพร้าวแก่ปอกเปลือก มะพร้าวฝอย เนื้อมะพร้าวแห้ง และน้ำมันมะพร้าว     

ที่ผ่านมา ราคามะพร้าวภายในประเทศค่อนข้างผันผวนและปรับตัวขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในแต่ละปี ปัจจุบันมะพร้าวผลแห้งมีราคาค่อนข้างแพง เพราะปริมาณผลผลิตมีน้อย โดยราคาซื้อขายหน้าสวนอยู่ที่ 10-19 บาทต่อผล ขึ้นอยู่กับขนาดของผล ซึ่งราคาจะลดต่ำลงในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวขาดแคลนและไม่เพียงพอกับความต้องการของโรงงานแปรรูป  ทางคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชได้กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการนำเข้าสินค้ามะพร้าวเพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการนำเข้าได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม เฉพาะสินค้ามะพร้าวเพื่อใช้ในการแปรรูปเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำเข้ามะพร้าวผลเข้ามาวางจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาในประเทศ

กรมวิชาการเกษตรได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชตรวจสอบและควบคุมการนำเข้าสินค้ามะพร้าวผลอย่างเข้มงวด เพราะเกรงว่า ผลมะพร้าวที่นำเข้าจะมีหน่อหรือยอดอ่อนติดมา ซึ่งอาจมีโรคและแมลงศัตรูพืชกักกันติดมากับสินค้า

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวของไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนายกระดับการผลิตมะพร้างอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพปริมาณมากขึ้น โดยการปลูกทดแทนต้นที่อายุมากด้วยมะพร้าวลูกผสมพันธุ์ดี มีการจัดการสวนที่เหมาะสม ทั้งยังต้องปรับลดต้นทุนให้ต่ำลงจาก 5 บาทต่อผล มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และใช้ประโยชน์มะพร้าวอย่างครบวงจรด้วย อาทิ แปรรูปเป็นน้ำมะพร้าวกระป๋อง และน้ำตาลมะพร้าว ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้ามะพร้าวไทยได้.

ที่มา  เว็บไซต์การจัดซื้ออาเซียน

http://th.asean1688.com/?m=news&s=newsd&id=795